จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

#เรียนบาลีแบบเร่งรัด: บทที่ 19


#เรียนบาลีแบบเร่งรัด: บทที่ 19
1. ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์
ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์ ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยการใส่ ต ข้างท้าย รากของ กิริยาศัพท์ อาจมี อิ หรือไม่มี อิ ก็ได้
ปจติ
ปจ+อิ +
ปจิต
หุงแล้ว
ภาสติ
ภาส+ อิ+
ภาสิต
กล่าวแล้ว
ยาจติ
ยาจ+  อิ +
ยาจิต
ขอแล้ว
เทเสติ
ทิส+ อิ +
เทสิต
แสดงแล้ว
ปูเชติ
ปู + อิ +
ปูชิต
บูชาแล้ว
คจฺฉติ
คมฺ +ต
คต
ไปแล้ว
หนติ
หนฺ+ต
หต
ฆ่าแล้ว
นยติ/เนติ
นี+ต
นีต
นำไปแล้ว
ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์ ในบางครั้งประกอบรูป โดยการใส่ น (บางที ณ) ที่ท้ายของราก กริยาศัพท์
ฉินฺทติ
ฉิท +
ฉินฺน
ตัดแล้ว
ภินฺทติ
ภิท+ น
ภินฺน
แตกแล้ว
นิสีทติ
นิ+ สทฺ+ น
นิสินฺน
นั่งแล้ว
ตรติ
ตรฺ + น
ติณฺณ
ข้ามแล้ว

ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์ จะมีความหมายเป็น กรรมวาจก เมื่อถูกประกอบจาก กริยาเรียกหากรรม แต่หากประกอบจากคำกิริยาศัพท์ที่ ไม่เรียกหากรรม จะมีความหมายเป็น กัตตุวาจก
ในการแจกรูป ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์ ก็แจกได้เป็น 3 ลิงค์ โดยเป็น อ ท้ายนามศัพท์ ที่เป็น ปุงลิงค์ และ นปุงสกลิงค์ เป็น อา ข้างท้ายนามศัพท์ที่เป็น อิตถีลิงค์
ปจติ, ฉินฺทติ, นิมนฺเตติ เป็น กริยาเรียกหากรรม ดังนั้น จึงต้อง เป็นดังนี้
1)ปจิโต โอทโน =อันว่าข้าวสุก อันเขา (ถูก) หุงแล้ว. (มีความหมายเป็นกรรมวาจก)
2)ฉินฺนํ ปณฺณํ = อันว่าใบไม้ อันเขา(ถูก)ตัดแล้ว. (มีความหมายเป็นกรรมวาจก)
3) นิมนิตา กญฺญา = อันว่าสาวน้อย อันเขา (ถูก) เชื้อเชิญแล้ว
แต่ในกรณีของ คจฺฉติ, ปตติ, ติฏฺฐติ เป็น กิริยาที่ไม่เรียกหากรรม ดังนั้นจึงต้องเป็น ดังนี้
1) มนุสฺโส คโต (โหติ) = อันว่ามนุษย์ ไปแล้ว. (มีความหมายเป็น กรรตุวาจก)
2) ปุปฺผํ ปติตํ (โหติ) = อันว่าดอกไม้ หล่นแล้ว.(มีความหมายเป็น กรรตุวาจก)
3) กญฺญา ฐิตา (โหติ) =สาวน้อย ยืนแล้ว. (มีความหมายเป็ฯ กรรตุวาจก)
3. ต ปัจจัย ในกิริยากิตก์ มีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้
กสติ
กสิต, กฏฺฐ =ไถแล้ว
ปุจฺฉติ
ปุจฺฉิต, ปุฏฺฐ = ถามแล้ว
ปจติ
ปจิต, ปกฺก =หุงแล้ว
ฑสติ
ทฑฺฒ = ขบกัดแล้ว
ผุสติ     
ผุฏฺฐ  = ถูกต้องแล้ว
ปวิสติ
ปวิฏฺฐ= เข้าไปแล้ว
อามสติ
อามสิต, อามฏฺฐ=ถูกต้องแล้ว, สัมผัสแล้ว
ลภติ
ลทฺธ, ลภิต =ได้แล้ว
อารภติ
อารทฺธ = เริ่มต้นแล้ว
ภวติ
ภูต = เป็นแล้ว
ภุญฺชติ
ภุญฺชิต, ภฺตต =กินแล้ว,บริโภคแล้ว
วปติ
วุตฺต = ปลูกแล้ว, หว่านแล้ว
วสติ
วุฏฺฐ = อยู่แล้ว
อาสิญจติ
อาสิฏฺฐ =รดแล้ว
ขิปติ
ขิตฺต= ขว้างแล้ว, ซัดไปแล้ว
โธวติ
โธวิต, โธต =  ซักแล้ว,ล้างแล้ว
ปชหติ
ปหีน = ละแล้ว, ทิ้งแล้ว
วิวรติ
วิวฏ= เปิดแล้ว
ปิวติ     
ปีต = ดื่มแล้ว
จวติ
จุต= เคลื่อนแล้ว,ตายแล้ว
หนติ
หต = ฆ่าแล้ว
นิกฺขมติ
นิกฺขนฺต = ออกไปแล้ว
ชานาติ 
ญาต = รู้แล้ว
สุณาติ
สุต  = ฟังแล้ว
มินาติ
มิต  =  ชั่งแล้ว, ตวงแล้ว
คณฺหาติ
คหิต = ถือเอาแล้ว
กิณาติ
กีต = ซื้อแล้ว
ปาปุณาติ           
ปตฺต = แล้ว, บรรลุแล้ว
กโรติ
กต = ทำแล้ว
ติฏฺฐติ
ฐิต = ยืนอยู่แล้ว, ตั้งอยู่แล้ว
หรติ     
หฏ = นำไปแล้ว
กุชฺชติ
กุทฺธ = โกรธแล้ว
ททาติ
ทินฺน  = ให้แล้ว
ปสีทติ  
ปสนฺน = เลื่อมใสแล้ว
ปสฺสติ
ทิฏฺฐ = เห็นแล้ว
มุญฺจติ
มุตฺต = พ้นแล้ว
4. ตัวอย่างในการสร้างประโยค
1) พุทฺโธ อุปาสเกหิ วิหารํ ปวิฏฺโฐ ติฏฺโฐ โหติ. อันว่าพระพุทธเจ้า เข้าไปแล้ว สู่บ้าน เป็นผู้ยืนแล้ว ย่อมเป็น.
2) เต พุทฺเธน เทสิตํ ธมฺมํ สุณึสุ. อันว่าเขาทั้งหลาย ฟังแล้ว ซึ่งธรรม นพระพุทธเจ้า แสดงแล้ว.
3) อมฺมา ทาริกาย อาหฏานิ ภณฺฑานิ ปิฏเกสุ ปกฺขิปิ. อันว่าแม่ ใส่แล้ว ซึ่งสิ่งของทั้งหลาย ในตระกร้าทั้งหลาย อันเด็กหญิง นำมาแล้ว.
4) วาณิโช ปติตสฺส รุกฺขสฺส สาขาโย ฉินฺทิ. อันว่าพ่อค้า ตัดแล้ว ซึ่งกิ่งทั้งหลาย ของต้นไม้ อันล้มแล้ว.
5) มยํ อุทเกน อาสิฏฺเฏหิ ปุปฺเผหิ พุทฺธํ ปูเชม. อันว่าข้าพเจ้าทั้งหลาย บูชาอยู่ ซึ่งพระพุทธเจ้า ด้วยดอกไม้ทั้งหลาย อันน้ำ รดแล้ว ด้วยน้ำ.
6) สูกโร กสฺสเกน กสิเต เขตฺเต สยติ. อันว่าหมู  นอนอยู่ ในนา อันชาวนา ไถแล้ว.
แบบฝึกหัดที่ 19
5.จงแปลมคธเป็นไทย
1. ทาริกา อมฺมาย มญฺชุสายํ ปกฺขิตํ สุวณฺณํ น คณฺหิ.
2. ภริยา โธตานิ วตฺถานิ คเหตฺวา อุทกมฺหา อุตฺตริ.
3. กสฺสเกหิ อุยฺยาเน โรปิเตสุ รุกฺเขสุ ผลานิ ภวึสุ.
4. พุทฺธา เทเวหิ จ นเรหิ จ ปูชิตา โหนฺติ.
5. วนิตา อุทเกน ปูริตํ ปตฺตํ คเหตฺวา เคหํ อาคตา โหติ.
6. มนุสฺสา อธมฺเมน ทีปํ ปาเลนฺเตน ภูปาเลน ปีฬิตา กุทฺธา โหนฺติ.
7. อหํ ปกฺกํ ผลํ ตุณฺเฑน คเหตฺวา อุฑเฑนฺตํ สุวํ อปสฺสึ.
8. อุเทนฺโต สุริโย พฺราหฺมเณน นมสฺสิโต โหติ.
9. ปุตฺโต อมฺมาย ชาลิตํ ทีปํ คเหตฺวา วิหารํ ปวิฏฺโฐ โหติ.
10. สมโณ วนิตาย ทุสฺเสน ฉาทิเต อาสเน นิสีทิตฺวา ปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ.
11. โคณา กสฺสเกน อานีตานิ ติณานิ ขาทนฺตา อาหิณฺฑึสุ.
12. วาณิชา มญฺชุสาสุ ฐปิตานิ ทุสฺสานิ น วิกฺกิณึสุ.
13. สเจ ตวํ สจฺจํ ชาเนยฺยาสิ มา ตฺวํ ปุตฺตํ อกฺโกส.
14. นรา นาวาย นิกฺขนฺตา สมุทฺทํ ตริตฺวา ทีปํ ปาปุณิตฺวา ภริยาหิ สทฺธึ กเถนฺตา โมทนฺติ.
15. อหํ มคฺเค ฐิเต วาณิชสฺส สกเฏ กญฺญาย อานีตานิ ภตฺตานิ ฐเปสึ.
16. มนุสฺสา ธมฺเมน ลทฺเธน ธเนน ปุตฺเต โปเสตฺวา ชีวนฺตา เทวตาหิ รกฺขิตา โหนฺติ.
17. สาวเกหิ จ อุปาสเกหิ จ ปริวาริโต พุทฺโธ วิหารสฺส ฉายาย นิสินฺโน โหติ.
18. อมฺมาย ปาเปหิ นิวาริตา ปุตฺตา สปฺปุริสา หุตฺวา ธมฺมํ สุณนฺติ.
19. กสฺสเก ปีเฬนฺตา โจรา ปณฺฑิเตน อนุสาสิตา สปฺปุริสา ภวิตุํ วายมนฺตา อุปาสเกหิ สทฺธึ อุยฺยาเน รุกฺเข โรเปนฺติ.
20. วนิตา ขุทาย ปีฬิตสฺส ยาจกสฺส ปุตฺเตน ปฏิยาทิตํ ภตฺตํ จ ปานียํ จ อทาสิ.
21. กญฺญาโย สภายํ ทาริกาย คายิตํ คีตํ สุตฺวา โมทึสุ.
22. ปุริสา อมจฺเจน นิมนฺติตา สาลายํ นิสีทิตุํ อสกฺโกนตา อุยฺยาเน สนฺนิปตึสุ.
23. สกุณา กสฺสเกหิ เขตฺเตสุ วุตฺเตหิ พีเชหิ โถกํ ขาทึสุ.
24. สปฺโป รุกฺขมูเล  นิลียิตฺวา สยนฺโต กุมาเรหิ  ทิฏฺโฐ โหติ.
25. วนิตาโย วาณิเชน ทีปมฺหา อาหฏานิ วตฺถานิ กิณิตุํ อิจฺฉนฺติ.
26. สเจ ภูปาโล ธมฺเมน มนุสฺเส รกฺเขยฺย, เต มนุสฺสา กมฺมานิ กตฺวา ทารเก โปเสนฺตา สุขํ วินฺเทยฺยุํ.
27. อมฺมา มิตฺตานํ ปุตฺเตน ยาจิตํ โอทนํ ปฏิยาเทติ..
28. ทูโต อมจฺเจน ปุฏฺฐํ ปญฺหํ อธิคนฺตุํ อสกฺโกนฺโต จินฺเตตุํ อารภิ.
29. วานรา โจเรหิ คุหายํ นิลียิตานิ ภณฺฑานิ ปสฺสิตฺวา ตานิ อาทาย รุกฺเข อารุหึสุ.
30. อหํ ปริเยสิตํ ธมฺมํ อธิคนฺตวา โมทามิ.
6.จงแปลไทยเป็นมคธ
1. อันว่าบุรุษ ผู้มาแล้ว สู่สภา ไม่อาจแล้ว เพื่ออันกล่าว กับด้วยอมาตย์ทั้งหลาย.
2. อันว่าทารก วิ่งไปแล้ว สู่ตลาด เพื่ออันนำมา ซึ่งเงิน อันมารดา ให้แล้ว.
3. อันว่ากษัตริย์ นั่งแล้ว ในรถ อันม้าทั้งหลาย ลากไปแล้ว..
4. อันว่าชาวนาทั้งหลาย พูดแล้ว กับด้วยบัณฑิต ส่งไปแล้ว ซึ่งทูต สู่กษัตริย์.
5. อันว่าทารกทั้งหลาย ออกไปแล้ว จากประตู อันเปิดแล้ว..
6. อันว่าหญิงทั้งหลาย ผู้ลงแล้ว สู่น้ำ ซักแล้วซึ่งสื้อผ้าทั้งหลายด้วย อาบ(น้ำ)แล้วด้วย.
7. อันว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายด้วย อันว่าสาวกทั้งหลายด้วย เป็นผู้อันเทวดาด้วย อันมนุษย์ทั้งหลายด้วย บูชาแล้ว.
8. อันว่าพ่อค้า ขายแล้ว ซึ่งเสื้อผ้า อันผู้หญิง เย็บแล้ว.
9. อันว่าข้าพเจ้า ไม่ถือเอาอยู่ ซึ่งดอกไม้ทั้งหลายด้วย ซึ่งผลไม้ทั้งหลายด้วย อันหญิง นำมาแล้ว จากป่า.
10. อันว่าหญิงสาวทั้งหลาย ผู้อันสุนัข วิ่งไล่แล้ว วิ่งไปแล้ว สู่บ้าน.
11. อันว่าอาจารย์ เห็นแล้ว ซึ่งกรรมชั่ว อันหญิงสาว กระทำแล้ว ได้สั่งสอนแล้ว.
12. อันว่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ไม่ได้จุดแล้ว ซึ่งประทีปทั้งหลาย อันหญิงทั้งหลาย ตระเตรียมไว้แล้ว.
13. อันว่าท่าน ไม่ลากอยู่ ซึ่งกิ่งทั้งหลาย ของต้นไม้ อันชาวนา ตัดแล้ว จากภูเขา.
14. อันว่าผู้หญิง ไม่ได้แล้ว ซึ่งค่าจ้าง เพื่องาน ที่กระทำแล้ว  โกรธแล้ว.
15. อันว่าท่านอย่าขอ ซึ่งผลไม้ไม้ทั้งหลาย  จากเด็กชาย ผู้นั่งอยู่ บนกิ่งไม้.
16. อันว่าผู้หญิง อันพราหมณ์ ด่าแล้ว นั่งแล้ว ที่ประตู.
17. อันว่าหญิงสาว ผู้อันมารดาเรียกแล้ว วิ่งไปแล้ว สู่บ้าน เพื่ออันกิน ซึ่งข้าว.
18. อันว่าผู้ชายทั้งหลาย ผู้พยายามแล้ว เพื่ออันตัด ซึ่งเถาวัลย์ทั้งหลาย เริ่มแล้ว เพื่ออันดึง ซึ่งกิ่งทั้งหลาย ของต้นไม้.
19. อันว่าชาวนา ผู้มีชิวิตอยู่ โดยธรรม ไถอยู่ ซึ่งนาทั้งหลาย ประสบอยู่ ซึ่งความสุข กับด้วยภรรยาด้วย ด้วยบุตรทั้งหลายด้วย.
20. เทวดาทั้งหลาย ผู้เคลื่อนแล้ว จากโลกเทวดา เกิดอยู่ ในโลกมนุษย์ ยินดีอยู่ เพื่ออันฟัง ซึ่งธรรม อันพระพุทธเจ้า แสดงแล้ว.
21. อันว่าโจรทั้งหลาย ผู้อันสมณะทั้งหลาย แนะนำแล้ว เป็นคนดี เป็นแล้ว.
22. อันว่า ผลไม้ทั้งหลาย บนต้นไม้ทั้งหลาย อันอันชาวนา ปลูกแล้ว ไม่มีอยู่.
23. อันว่าหญิงสาว ผู้อันสุนัข กัดแล้ว วิ่งไปแล้ว สู่บ้านด้วย ร้องไห้แล้วด้วย.
24. อันว่าอมาตย์ เป็นผู้อันหมอ ไม่รู้แล้ว ย่อมเป็น.
25. หญิงสาวทั้งหลาย นั่งแล้ว ใต้ต้นไม้  เล่นแล้ว กับทราย.
26. ดูก่อนบุตรทั้งหลาย อันว่าเจ้าทั้งหลาย ไม่พึงดื่ม ซึ่งสุรา.
27. อันว่ามารดาทั้งหลาย ห้ามอยู่ ซึ่งบุตร จากความชั่ว.
28. อันว่าข้าพเจ้า ให้แล้ว ซึ่งน้ำ แก่สุนัข ผู้อันความหิว บีบคั้นแล้ว.
29. ข้าพเจ้าทั้งหลาย เห็นอยู่ ซึ่งนายพราน ซ่อนแล้ว ในต้นไม้ทั้งหลาย.
30. อันว่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ตระเตรียมแล้ว ซึ่งภัตรทั้งหลาย ด้วยศรัทธา ให้แล้ว แก่สมณะทั้งหลาย.
---------------------
ดูเ เฉลยแบบฝึกหัด ดูใน คู่มืออุภัยพากยปริวัตน์ หัดแปลภาษาบาลี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

#เรียนบาลีแบบเร่งรัด: บทที่ 32

# เรียนบาลีแบบเร่งรัด : บทที่ 32 สรรพนาม 1. การแจกรูปของ สรรพนาม สัพพนาม แบ่งเป็น 2 คือ 1)ปุริสสัพพนาม และ 2)วิเสสนะสัพพนามปุริสสัพพ...